การใช้งาน
Scan Disk สำหรับตรวจสอบข้อผิดพลาดของ ฮาร์ดดิสก์
Scandisk
เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับ ทำการตรวจสอบการทำงาน และความบกพร่องของฮาร์ดดิสก์
และระบบไฟล์ของ Windows ในเบื้องต้น เมื่อใช้งาน
Windows ไปนาน ๆ และรู้สึกว่าการทำงานต่าง ๆ ของ Windows เริ่มจะมีปัญหา อาจจะใช้โปรแกรม Scandisk เพื่อทำการตรวจสอบ
ฮาร์ดดิสก์และระบบไฟล์ต่าง ๆ ของ Windows ได้
รวมทั้งการแก้ไขปัญหาของระบบไฟล์ ถ้าหากการเสียหายนั้นไม่มากจนเกินไป
การเรียกใช้โปรแกรม
Scandisk
เรียกใช้โปรแกรม
Scandisk
โดยการกดเลือกที่ Start Menu เลือกที่ Programs
และเลือก Accessories เลือกที่ System
Tools และเลือก Scandisk ตามรูปตัวอย่าง

กดเลือกที่ Scandisk เพื่อเริ่มต้นการทำงานของโปรแกรม

หน้าตาของเมนูการเลือก
Scandisk
ซึ่งมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้
Select the drive(s)
คือช่องสำหรับเลือกฮาร์ดดิสก์ ที่ต้องการทำการตรวจสอบ
Standard จะเป็นการตรวจสอบเฉพาะระบบไฟล์ต่าง ๆ เท่านั้น
Thorough จะเป็นการตรวจสอบระบบไฟล์ต่าง ๆ และทำการทดสอบพื้นที่ใช้งานด้วยว่ามีปัญหาหรือไม่
Automatically fix errors เป็นการกำหนดให้ทำการแก้ไขปัญหาที่พบโดยอัตโนมัติ
เมื่อพบข้อผิดพลาดขึ้น
เมื่อเลือกค่าต่าง
ๆ ได้เรียบร้อยแล้วก็กดที่ Start เพื่อเริ่มต้นการทำการตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ได้เลย
ในที่นี้ หากฮาร์ดดิสก์ ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากนัก ก็ทำแบบ Standard ก็พอแล้ว แต่ถ้าหากเป็นฮาร์ดดิสก์ที่สงสัยว่าใกล้จะเสีย
หรือคิดว่าปัญหาเกิดจาก ฮาร์ดดิสก์แล้ว ให้เลือกที่ Thorough
ครับซึ่งจะทำการตรวจสอบพื้นผิวได้ดีกว่า (แต่ก็จะใช้เวลานานด้วย)

หน้านี้
คือรายงานผลของการตรวจสอบเมื่อสิ้นสุดครับ จะเป็นรายละเอียดต่าง ๆ ของฮาร์ดดิสก์ที่ทำการตรวจสอบ
การเลือกค่าต่าง
ๆ ในแบบ Advanced
นอกจากนี้แล้ว
ยังสามารถทำการเลือกค่าต่าง ๆ แบบ Advanced ได้ด้วยโดยการกดเลือกที่ปุ่ม
Advanced...

เป็นการเลือกค่าต่าง
ๆ ดังนี้
System and data areas คือเลือกทำการตรวจสอบในส่วนของไฟล์ระบบ
และไฟล์ข้อมูล
System area only คือเลือกทำการตรวจสอบในส่วนของไฟล์ระบบเท่านั้น
Data area only คือเลือกทำการตรวจสอบในส่วนของไฟล์ข้อมูลเท่านั้น
Do not perform write-testing คือการเลือกให้ไม่ต้องทำการทดสอบการเขียนข้อมูลลงฮาร์ดดิสก์
Do not repair bad sectors... คือการเลือกให้ไม่ทำการซ่อมแซมไฟล์ที่เสียหาย
หากเป็นไฟล์ของระบบหรือไฟล์ที่ซ่อนไว้
เลือกค่าต่าง
ๆ แล้วกดที่ OK
การเลือกค่าต่าง
ๆ ในเมนู Options
หากเราทำการเลือกการตรวจสอบแบบ Thorough
จะสามารถเลือกที่ Options เพิ่มเติมได้ด้วย
ก็ลองดูรายละเอียดด้านในกัน

รายละเอียดต่าง
ๆ ในเมนู Options
ซึ่งก็จะสามารถเลือกค่าต่าง ๆ ตามใจชอบได้ แต่ที่จริงก็คงไม่จำเป็นเท่าไรนักหรอกครับ
ใช้ตามที่มีตั้งมาให้แบบนี้น่ะแหละดีแล้ว หรือหากใครอยากเปลี่ยนแปลงก็ทดลองได้เลย